โรคไข้เลือดออก

 4152467

จากการติดตามข่าวในช่วงนี้จะเห็นได้ว่ามีการระบาดของ "โรคไข้เลือดออก" หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ไข้เด็งกี" ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ง่ายและมีอันตรายถึงชีวิต จึงขอนำความรู้เรื่องไข้เลือดออกมาแบ่งปันให้ทุกคนค่ะ

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสเดงกี โดยมียุงลายเป็นพาหะ ระยะฟักตัวในยุง 8 - 12 วัน เมื่อยุงไปกัดคนก็จะปล่อยไวรัสเข้าสู่ร่างการ
อาการของไข้เลือดออก

1. มีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน 38.5 - 41 องศาเซลเซียส ประมาณ 2 - 7 วัน (บางรายอาจมีอาการชัก)
2. มีจุดเลือดออกเล็กๆ กระจายตามตัว แขน ขา รายที่รุนแรงอาจอุจจาระเป็นเลือด สีดำ และช็อกได้
3. ตับโต กดเจ็บ ส่วนใหญ่จะคลำพบตับโต ประมาณวันที่ 3 - 4 นับแต่เริ่มป่วย
4. ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรง เกิดภาวะการไหลเวียนเลือดล้มเหลวหรือภาวะช็อก
5. อาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง

การดูแลผู้ป่วย
- ระยะไข้สูง ให้ยาลดไข้ ร่วมกับการเช็ดตัว (ใช้ยาพาราเซตามอล (อะเซตามิโนเฟน) เพื่อลดไข้ แก้ปวด และหลีกเลี่ยงยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตอรอยด์ เช่น ไอบูโปรเฟน และ แอสไพริน เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงการมีเลือดออกได้)
- ผู้ป่วยอาจเสียน้ำ ควรให้ดื่มผงน้ำตาลเกลือแร่
- ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ป้องกันภาวะช็อก
- พบแพทย์ตามนัด เพื่อตรวจเช็คเกร็ดเลือด และความเข้มข้นของเลือด

การรักษา
การรักษายังไม่มียาต้านเชื้อไวรัสที่มีฤทธิ์เฉพาะสำหรับไข้เลือดออก ทำได้คือรักษาตามอาการและประคับประคองซึ่งได้ผลดีควรพบแพทย์ในระยะแรก

การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด สามารถทำได้ดังนี้
- หลีกเลี่ยงที่ที่มียุงชุม หรือใส่เสื้อแขนยาว ขายาว
- กำจัดแหล่งเพราะพันธุ์ยุงในบ้าน รวมทั้งบริเวณรอบๆ บ้าน
- เลี้ยงปลากินลูกน้ำในอ่างบัวหรือแหล่งน้ำอื่นๆ
- ปิดฝาโอ่งหรือภาชะอื่นๆ ให้มิดชิด หรือใส่ทรายเคมีกำจัดลูกน้ำ
- ใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูในจานรองขาตู้กับข้าว
- ควรนอนในมุ้ง